น้ำเชี่ยว

ตำบลน้ำเชี่ยว อ.แหลมงอบ จ.ตราด

กลุ่มชาวไทยมุสลิม ครั้งแรกมาอยู่ที่ตำบลน้ำเชี่ยวแห่งเดียว ตามที่ พระบริหารเทพธานีสันนิษฐานไว้ว่า “ชนกลุ่มนี้ถูกกวาดต้อนเข้ามาในสมัยสงครามกับญวนในประเทศเขมร ตรงกับรัชกาลที่ 3 มีการเรียนภาษาเขียนที่ใช้ในคัมภีร์อัลกุรอาน มีการสร้างสุเหร่าหรือมัสยิดครั้งแรกที่บ้านน้ำเชี่ยว โดยใช้ ไม้โกงกางมาปักเป็นเขต 4 ต้น หลังคามุงด้วยใบปรง นำมาสานเป็นตับเหมือนตับจากมุงกันแดด กันฝน ต่อมาเมื่อชาวมุสลิมตั้งหลักแหล่งแน่นอนแล้ว ได้ต่อเติมสุเหร่าให้มีสภาพดีขึ้นจนถึงปัจจุบัน โดยมิได้เคลื่อนย้ายจากที่ตั้งเดิมแต่อย่างใด” ซึ่งสุเหร่าแห่งนี้ ปัจจุบันมีชื่อว่า “มัสยิดอัลกุบรอ” ตั้งอยู่ริม คลองน้ำเชี่ยว ชาวตำบลน้ำเชี่ยวส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ประมง ทำสวนยางพารา สวนผลไม้ และค้าขาย

ที่มาของชื่อชุมชน “น้ำเชี่ยว” มาจากพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ติดทะเล มีป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่เป็นจำนวนมาก มีคลองขนาดใหญ่ไหลผ่าน ซึ่งคลองนี้มีต้นกำเนินอยู่ที่เขาวังปลา อยู่ระหว่างอำเภอแหลมงอบและอำเภอเมืองตราด เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก น้ำในคลองจะไหลเชี่ยวมาก ชาวบ้านจึงเรียกว่า “คลองน้ำเชี่ยว” ไหลผ่านกลางหมู่บ้านน้ำเชี่ยวลงสู่ทะเลอ่าวไทยทางใต้ที่บ้านปากคลอง ตำบลหนองโสน อำเภอเมืองตราด ซึ่งชาวบ้านใช้เป็นแหล่งประมงพื้นบ้านและใช้เป็นเส้นทางออกทะเลเพื่อทำการประมงจนถึงปัจจุบัน

ความพิเศษของชุมชน : 

  1. วัดน้ำเชี่ยว  ตำบลน้ำเชี่ยว  อำเภอแหลมงอบ  จังหวัดตราด  เดิมชื่อวัดอินทาราม   เป็นวัดที่รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาประทับ ปัจจุบัน วัดน้ำเชี่ยวได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ประจำปีพ.ศ.2548 ภายในวัดมีพระบรมสารีริกธาตุและพระประจำวันเกิดปางต่างๆ ซึ่งประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้ามากราบไหว้ได้
  2. มัสยิดอัลกุบรอ กลุ่มชาวไทยมุสลิม  ครั้งแรกมาอยู่ที่ตำบลน้ำเชี่ยวแห่งเดียว ตามที่ พระบริหารเทพธานีสันนิษฐานไว้ว่า “ชนกลุ่มนี้ถูกกวาดต้อนเข้ามาในสมัยสงครามกับญวนในประเทศเขมร ตรงกับรัชกาลที่ 3 มีการเรียนภาษาเขียนที่ใช้ในคัมภีร์อัลกุรอาน มีการสร้างสุเหร่าหรือมัสยิดครั้งแรกที่บ้านน้ำเชี่ยว โดยใช้ ไม้โกงกางมาปักเป็นเขต 4 ต้น หลังคามุงด้วยใบปรง นำมาสานเป็นตับเหมือนตับจากมุงกันแดด กันฝน ต่อมาเมื่อชาวมุสลิมตั้งหลักแหล่งแน่นอนแล้ว ได้ต่อเติมสุเหร่าให้มีสภาพดีขึ้นจนถึงปัจจุบัน โดยมิได้เคลื่อนย้ายจากที่ตั้งเดิมแต่อย่างใด” ซึ่งสุเหร่าแห่งนี้ ปัจจุบันมีชื่อว่า “มัสยิดอัลกุบรอ” ตั้งอยู่ริม คลองน้ำเชี่ยว
  3. ศูนย์ศึกษาธรรมชาติระบบนิเวศป่าชายเลน  จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างเทศบาลตำบลน้ำเชี่ยว และสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 4 (น้ำเชี่ยว ตราด) จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ป่าชายเลนให้มีศักยภาพ สามารถใช้เป็นเรียนรู้ แหล่งศึกษาวิจัยของเยาวชนและประชาชน และเพื่อส่งเสริมให้สถานศึกษาและชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู เพื่อให้พื้นที่ป่าชายเลน มีสภาพที่อุดมสมบูรณ์ ภายในศูนย์มีหอดูนกที่สามารถส่องดูนกได้  มีสัตว์หลากหลาย เช่น ลิงเสม ปู ปลา  นอกจากนี้สามารถชมหิ่งห้อยได้ในยามค่ำคืนอีกด้วย
  4. การแข่งขันเรือพาย เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน ในอดีตจะใช้ถังข้าวหมกไก่แทนเรือ ซึ่งจะทำการแข่งขันทุกปีหลังวันเห็นเดือนของชาวมุสลิม ซึ่งจะเป็นช่วงที่น้ำขึ้นเต็มฝั่ง  จัดขึ้นที่คลองน้ำเชี่ยว โดยมีเอกลักษณ์ คือ การพายเรือด้วยลำไม้ไผ่ โดยทีมใดพายเรือไปหยิบธงที่ปักอยู่ที่เส้นชัยได้ก่อนจะเป็นฝ่ายชนะ การแข่งขันเรือพายจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสามัคคีของคนภายในหมู่บ้าน และเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างหมู่บ้าน/ชุมชนข้างเคียง
  5. การแข่งขันตกปลาประจำปี เทศกาลเปิดฤดูตกปลาทะเลตราด จัดขึ้นช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี โดยความร่วมมือระหว่างเทศบาลตำบลน้ำเชี่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคกลาง เขต 5 ตราด และชมรมเรือท่องเที่ยวตำบลน้ำเชี่ยว เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางทะเล และส่งเสริมการท่องเที่ยวหมู่เกาะช้างของจังหวัดตราด

โปรแกรมการท่องเที่ยว

โปรแกรม 1 : ล่องเรือชมธรรมชาติป่าชายเลน ตกปลาน้ำตื้น

โปรแกรม 2 : ล่องเรือชมธรรมชาติป่าชายเลน ตกปลาน้ำลึก ไดหมึก ดำนำดูปะการัง