ห้วยแร้ง

กลุ่มการท่องเที่ยวเชิงนิเวศตำบลห้วยแร้งโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน อ.เมือง จ.ตราด

ตำบลห้วยแร้งตั้งมานานกว่า 300 ปี  หมู่บ้านมีพื้นที่เชื่อมโยงกับลำคลอง ซึ่งตำบลห้วยแร้งเป็นพื้นที่รับน้ำจากอำเภอต่างๆ สืบเนื่องจากพื้นที่อำเภอบ่อไร่มีพื้นที่ติดต่อกับแนวเทือกเขาบรรทัดเชื่อมกับอำเภอเขาสมิงที่มีเนินเขาสลับพื้นที่ราบระหว่างภูเขาจึงทำให้พื้นที่ของห้วยแร้งเป็นแหล่งรองรับน้ำและทำให้เกิดภูมิประเทศที่มีคลองที่ทอดตัวเป็นแนวยาวไหลลงสู่แม่น้ำตราดเชื่อมกับอ่าวตราดที่เป็นส่วนอ่าวในของอ่าวไทยที่มีเกาะช้างและหมู่เกาะต่างๆ เป็นแนวเขตแดนกั้นทิศทางกระแสลมและพายุอ่าวไทย

ตำนานเล่าว่า ในสมัยก่อนมีลำห้วยขนาดใหญ่ แม่น้ำจากคลองห้วยแร้งไหลผ่าน ในลำห้วยนั้นมีนกแร้งลงมาหากินกันมากมาย  เป็นที่อาศัยและหาอาหารของนกแร้ง ในปัจจุบันเมื่อน้ำลดจะเห็นก้อนหินมีรูปร่างคล้ายนกแร้งในสมัยนั้นจะมีสัตว์ป่าชุกชุมเป็นป่าทึบ ชาวบ้านมักนำควายไปเลี้ยงตามทุ่งสาธารณะภายในตำบล อาทิ ทุ่งหมาจีน ทุ่งขุนชัย เมื่อเกิดโรคห่าระบาดควายได้ตายตามทุ่งและหนองดังกล่าวมีนกแร้งมากินควายตายเป็นจำนวนมาก

คนในชุมชนเป็นชนพื้นเมืองเดิมเชื้อสายชอง (ชองเป็นชนเผ่าใดไม่ปรากฏหลักฐาน แต่มาอยู่ในตำบลห้วยแร้งนับเป็นเวลาประมาณ 150 ปี)  บางส่วนตั้งรกรากประกอบอาชีพอยู่ในเกาะกงประเทศกัมพูชาก่อนการยึดครองของประเทศฝรั่งเศสจึงได้อพยพมาตั้งรกรากในตำบลห้วยแร้งจับจองที่ดินทำมาหากิน  บ้างก็ยังคงตั้งรกรากที่เกาะกงไม่ได้อพยพมาจนกระทั่งประเทศฝรั่งเศสได้ยึดครองเมืองตราด

ความพิเศษของชุมชน : ชุมชนอาศัยหาอยู่หากินกับคลองห้วยแร้งมาตั้งแต่บรรพบุรุษเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของคนทั้งตำบลเป็นระบบนิเวศคลอง 3 น้ำที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

  • ช่วงต้นน้ำจะมีลักษณะเป็นแก่งสลับห้วงเปรียบเหมือนฝายชะลอน้ำตามธรรมชาติทำให้ชาวสวนผลไม้สามารถดูดน้ำขึ้นมารดผลไม้ในช่วงหน้าแล้งมีต้นไม้ที่หายากมีอายุยาวนานกว่าชุมชนหลายร้อยปีซึ่งชาวบ้านเรียก “ต้นครูซ”  ใต้รากครูซจะเป็นแหล่งอนุบาลของสัตว์น้ำขนาดเล็ก เช่นหอยกาบ หอยขม กุ้งฝอยและรากของต้นครูซจะช่วยยึดตลิ่งไม่ให้พังทลาย  ช่วงกลางน้ำถึงปลายน้ำจะมีลักษณะเป็นน้ำกร่อยที่สัตว์น้ำเค็มทุกชนิดจะขึ้นมาวางไข่
  • ด้วยความลงตัวของสายน้ำที่ผสมกันตามธรรมชาติในพื้นที่ตำบลห้วยแร้งพอดีและตำบลห้วยแร้งมีลักษณะเป็นพื้นที่รองรับน้ำจากอำเภอใกล้เคียงทำให้แร่ธาตุในดินมีความอุดมสมบูรณ์สูงจึงทำให้รสชาติของผลไม้ประเภทต่างๆมีรสหวานลึก เช่น มังคุด,ทุเรียนพื้นเมือง, สับประรดพันธุ์ตราดสีทองหวานกรอบมีกลิ่นหอม แม้แต่สัตว์น้ำกร่อย  เช่น ปูดำ ยังมีรสชาติดีกว่าปูดำน้ำเค็มล้วนๆ (จากการที่ชาวบ้านนำปูดำไปขายที่ตลาดหากลูกค้าทราบว่าปูดำมาจากตำบลห้วยแร้งจะรีบมาซื้อในราคาแพงกว่าปูทะเลและจะขายได้หมดในเวลาที่รวดเร็ว) มีกุ้งหลวงตัวใหญ่ที่ชุกชุมมากทุกฤดูกาล  มีกระพรุนเข้ามาในเดือนมกราคมลอยขาวเต็มลำคลอง มีต้นจากใหญ่เท่าต้นมะพร้าว


กิจกรรมการท่องเที่ยว
 

  1. เรียนรู้การนั่งเรือท่องเที่ยวเส้นทาง “ตามรอยต้นครูซสู่วัฒนธรรมจากเชิงสร้างสรรค์” ชมความหลากหลายทางชีวภาพ 2 ฝั่งคลอง ด้วยเรือเครื่องหางยาวที่ผลิตจาก พี.วี.ซี  เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้าน พบแก่งหินสลับห้วงน้ำลึกนำท่านสู่อุทยานครูช หากโชคดีท่านจะได้สัมผัสกับปลาขนาดเล็กมาตอดเท้า “ สปาปลา” อย่างเป็นธรรมชาติ
  2. เส้นทางตามรอยวัฒนธรรมจากเชิงสร้างสรรค์ เรียนรู้การนั่งเรือ ด้วยหัวใจที่ผ่อนคลาย  เงียบสงบ ท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศกับคุณค่าดั้งเดิมของทิวป่าจากผสมต้นมะพร้าวเรียงร้อยเป็นแนวยาวริม 2 ฝั่งคลองดั่งเข้าแถวรอคอยต้อนรับผู้มาเยือนหากโชคดีท่านอาจได้สัมผัสกับปลาในลำคลองที่กระโจนโลดเต้นขึ้นมาทักทายท่านถึงบนตักด้วยความยินดียิ่ง  ระหว่างทางพบกับภาพวิถีชีวิตชุมชนกับคนหาปลา
  3. เรียนรู้ภาษาใจของหิ่งห้อย หิ่งห้อยหนุ่มใช้จังหวะการกระพริบแสงเกี้ยวพาราสีดึงดูดความสนใจหิ่งห้อยสาวและเมื่อถูกใจภาษาแสงของหิ่งห้อยหนุ่มตัวใดหิ่งห้อยสาวก็จะกระพริบแสงตอบรับ    ผู้มาเยือนจึงควรให้ความเคารพในวิถีแห่งธรรมชาติอันโรแมนติคนี้โดยการไม่รบกวนด้วยประการทั้งปวง เช่น  การใช้แฟลชถ่ายภาพหรือคุยกันเสียงดังหรือสร้างมลพิษทุกรูปแบบ ปล่อยให้ช่วงชีวิตสุดท้ายในการหาคู่ของหิ่งห้อยเป็นไปตามธรรมชาติอย่างสมบูรณ์แบบซึ่งเป็นการ ดั้นด้นค้นหาความจรุงใจบน “ความเอื้ออาทรต่อสรรพสิ่ง” ก่อนที่เขาจะจากโลกนี้ไป
  4. เรียนรู้ทรัพยากรชีวภาพ การนำฐานทรัพยากรชีวภาพที่มีอยู่ในชุมชนมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ  ข้าวห่อกาบหมาก, น้ำมันมะพร้าวกลั่นเย็น,ผลิตภัณฑ์จากมังคุด,น้ำดื่มเถาวัลย์เขียวเพื่อการดูแลสุขภาพ
  5. เรียนรู้วิถีชาวบ้าน การพักร่วมกับเจ้าของบ้านภายในชายคาเดียวกันแบบโฮมสเตย์   ซึ่งท่านจะได้สัมผัสความเป็นอยู่ของชาวบ้าน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้มาเยือน